logo80sw
<<<ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่เว็บไซต์หน่วยกู้ภัยสว่างเหตุ บ้านทุ่งเหียง 168.475 MHz.,038-466100,038-466140>>>
 
   ประวัติพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน บ้านทุ่งเหียง    

       

...ในปี พ.ศ. 2484 เกิดได้มาลาเรีย (ไข้จับสั่น) ชุกชุม และอหิวาตโรคระบาด ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่มีการประกอบพิธีทางศาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น จากสาเหตุนี้ทำให้ประชาชนชาวทุ่งเหียง ประกอบด้วยชาวไทยจีน นำโดยนายสว่าง คุณจักร นายทวีป คุณจักร นางชุ้นหลี แซ่ลี้ นายเเซี่ยมกัง แซ่ล้อ นายซุ่ยจือ แซ่ล้อ นายงื่อสิ่ว แซ่จิง นายซิ้วเลี้ยก แซ่อึ๊ง นายงื่อเจี้ยง แซ่เจี้ยว นายเนี่ยอี่ แซ่จึง นายเจี้ยจือ แซ่โค้ว นายฮงสือ แซ่จึง นายเตี๊ยว แซ่ซื้อ นายเจี่ยงเซ้ง แซ่อิ๊ว นายหยู่เล้ง แซ่ล้อ นายจื๋อฮุ้น แซ่บู๊ นายเหลียงจั๊ว แซ่ซื้อ นายฮกเซี้ยง แซ่ปั๊ง นายบู๋ซ่วน แซ่ซื้อ นายตั๊งง้วน แซ่เจี้ยว นายกิมซัว แซ่ล้อ นายช้วนซ่วน แซ่ซื้อ นายเซ่งอ๋วง แซ่ตั๊ง นายหงี่อู๋ แซ่โก นายซิ้วหก แซ่อึ๊ง นายเซ็งใช้ แซ่ล้อ นายกวงบู้ แซ่ก๊วย นายป๋อฮั้ว แซ่ล้อ นายเส่งเฮง แซ่ตั้ง นายงื่อช้วน แซ่ตั้ง นายจูป้อ แซ่ล้อ นายเจ้งเฮง แซ่อึ๊ง น ายจุ้นหมวย แซ่เซียว ได้ทราบกิตติศัพท์ของท่าน โป๊ยเซียนโจซือ ในงานพิธีศพไร้ญาติของศีลธรรมสมาคม (เม่งซิมเซียงตั้ว) ที่ อ.บ้านบึง เท่าที่ผู้เขียนพอจะจำได้ คือ นายฮงหลี แซ่เฮ้ง นายเง็กกี แซ่ล้อ นายเอี่ยงเสียะ แซ่เหลี่ยว นายเหลี่ยงเฮ็ง แซ่ลี้ นายเซาะเปียง แซ่กัง นายโง๊วเคี้ยม แซ่ตั้ง นายเหลียกเมี้ย แซ่โก นายงักค้วง แซ่ล้อ นายอัว แซ่เฮ้ง นายไต่พ้ง แซ่หลี้ นายเตียวหั่ง แซ่กัง มาเป็นพี่เลี้ยงในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในการเก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 1 ขึ้น ท่านโป๊ยเซียนโจวซือได้ตั้งชื่อตั๊วนี้ว่า" เม็งเอ็งเซียงตั๊ว" ธรรมสถานในงานเก็บศพไร้ญาติ คณะกรรมการพร้อมผู้มีจิตศรัทธารวบรวมทุนทรัพย์ ซื้อที่ดิน จำนวน 8 ไร่ เพื่อทำสุสานครั้งแรกให้ใช้ชื่อว่า "เม่งเอ็งซัวจึง"

วิหารแปดเซียนหลังแรก
วิหารแปดเซียนหลังที่ 2

ในปี พ. ศ. 2491 คณะกรรมการเก็บศพไร้ญาติได้นำเงินที่เหลือจากงานเก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 1 ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาปลูกสร้างเทวสถานขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการร่วมแรงร่วมใจกันครั้งใหญ่ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง อาทิ ตะปูเหล็ก ปูน ต้องไปซื้อมาจากตลาดพนัสนิคม ระยะทาง 12 กิโลเมตร เหล็กต้องใช้เกวียนบรรทุก ปูนต้องใช้แรงคนหาบหาม อิฐต้องเผากันเอง หินต้องใปบรรทุกที่หนองเสม็ด ระยะทาง 6 กิโลเมตร ตัวอาคารสร้างครึ่งตึกครึ่งไม ชาวบ้านทุ่งเหียงก็ไม่ท้อถอย ช่วยกันทำจนแล้วเสร็จด้วยแรงกาย แรงใจ และความสามัคคีของชาวทุ่งเหียง ท่านโป๊ยเซียนโจวซือให้ตั้งชื่อเทวสถานแห่งนี้ว่า "อี่เหยี่ยงไท้" โดยหันหน้าไปทางตลาด (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหอประชุม สว่างประชานุสรณ์) ใช้ภาพวาดสีน้ำมันแทนองค์เทวรูปทั้ง 8 องค์

ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้เทวสถาน เพลิงมิได้ลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียงแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่สมัยนั้นยังมุงหลังคาด้วยจากยังความประหลาดใจแก่ชาวบ้านร้านค้าเป็นอันมาก คณะกรรมการจึงได้อัญเชิญท่านโป๊ยเซียนโจวซือลงมาประทับทรง ท่านกับศิษยานุศิษย์ทั้งหลายว่าเหตุอาเพศครั้งนี้จะเกิดแก่ชาวบ้านร้านตลาด จะทำให้บ้านเรือนชุมชนในตลาดสิ้นเนื้อประดาตัว ตลาดก็ว่างเปล่าจะเหลือแต่เทวสถานโดดเดี่ยว ก็หาประโยชน์มิได้ ถ้าชาวบ้านร้านตลาดมีความเจริญ อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยแรงศรัทธาจะสร้าเทวสถานขึ้นใหม่ได้ไม่ยาก ด้วยเหตุนี้ท่านจึงรับใว้เอง โดยให้ไหม้เฉพาะเทวสถานแทน

ซุ้มประตูสุสานแห่งแรก
บริเวณสุสานแห่งแรก(ทุ่งเหียง)

ดังนั้น ในปี พ.ศ.2494 จึงสร้างเทวสถานขึ้นใหม่ โดย นายสว่าง คุณจักร บริจาคที่ดินประมาณ 13 ไร่ สร้างทางด้านหลังเทวสถานเดิม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หันหน้าไปทางทิศเหนือ ด้วยแรงศรัทธา สามัคคี เสียสละ เทวสถานหลังใหม่จึงแล้วเสร็จ

ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้ประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากสถานที่ครั้งแรกเต็ม ไม่สามารถจะขยายเขตออกไปได้ และที่บรรจุอัฐิบรรพชนก็ทำไว้บรรจุได้ครั้งเดียวด้วยเหตุนี้บุคคลในคณะกรรมการ 3 ท่านมีครัทธาอย่างแรงกล้าแจ้งความจำนงบริจาคที่ดิน 3 แห่ง แห่งละ 30 ไร่ นายสว่าง คุณจักร บริจาคที่ดินหนองผักบุ้งขัน นายทวีป คุณจักร บรจาคที่ดินหนองเสม็ด นายชุนหลี แซ่ลี้ ( หลงจูเอี้ยง ) บริจาคที่ดินหนองเจ็ก พร้อมกันนั้นได้อัญเชิญท่านโป๊ยเซียนโจวซือเป็นผู้พิจารณาญาณคัดเลือก และท่านได้เล็งเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 ท่านนี้มีจิตศรัทธาอย่างแรงกล้า เพื่อมิให้เสียกำลังใจท่านจึงมีบัญชาให้รับใว้ทั้ง 3 แห่ง และแลือกที่ดินหนองผักบุ้งขันทำเป็นสุสาน พร้อมทั้งจัดสร้างที่บรรจุอัฐิบรรพชนครั้งที่ 2 ถึง 6 ภายหลังมีการเก็บศพไร้ญาติ ไม่ต้องสร้างขึ้นใหม่ในการล้างป่าช้าครั้งที่ 2 นี้ คณะกรรมการศีลธรรมสมาคมให้ความร่มมือเช่นเคย และ นายฮงหลี แซ่เฮ้ง ให้ยืมรถจี๊บบรรทุก พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาใช้ในงานตลอด 64 วัน

หอพระพุทธชินราช
บริเวณสุสานแห่งที่ 2 (หนองผักบุ้งขัน)

ในปี พ.ศ. 2508 ได้ประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ได้เชิญคณะกรรมการศีลธรรมสมาคมมาเป็นที่ปรึกษา ส่วนพิธีกรรมต่าง ๆ บริหารกันเองเพราะได้ประสบการณืมา 2 ครั้งแล้ว พร้อมทั้งฝึกสวนมหายาน หญิง ( เก็งจู) เป็นครั้งแรกในเครือเม้งต่าง ๆ

ในปี พ.ศ. 2510 คณะกรรมการมีมติให้สร้างหอพระพุทธชินราช (พระพุทธชินราชเป็นตราสัญลักษณ์ของพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน) "เม่งเอ็งเซียงตั๊ว" เนื่องจากเทวสถานที่ก่อสร้างอยู่เดิม ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานองค์โป๊ยเซียนโจวซือ พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์กวนอิมและฮั่วท้อเซียนซือ (ปรมาจารย์แพทย์จีนโบราณ ) ส่วนพระพุทธชินราชประดิษฐานอยู่ชั้นล่าง ดูไม่เหมาะสม คณะกรรมการจึงมีความเห็นให้สร้างหอพระพุทธชินราชขึ้นด้านหลังเทวสถานเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ท่านโป๊ยเซียนโจวซือได้ให้ชื่อว่า " เม่งเอ็งฮุดตึ๊ง " เป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธชินราชโรจนสัมพรรณี และในเวลาเดียวกันนั้น นาย พิชัย บุญศรีสุวรรณ ได้ปรารภว่าน่าจะใช้หอพระเป็นที่ปฏิบัติธรรมของชาวบ้านร้านตลาดมาถือศีลกินเจ " กิ้วอ้วงเซ่งหวย " ขณะนั้นมีเพื่อนร่วมกินเจประมาณ 100 กว่าท่าน ในเทศกาลกินเจครั้งแรกนี้ได้ทำพิธีแบบเรียบง่าย ไม่มีมหรสพใด ๆ ทั้งสิ้น โดยใช้คณะเก็งจูอัญเชิญพระเดินเวียนธูป ลอยกระทง รวม 10 วัน 10 คืน และปีต่อมาเห็นว่าเทศกาลกินเจไม่ครึกครื้น จึงช่วยกันหางิ้ว ลิเก ภาพยนตร์ พร้อมทั้งนิมนต์พระสงฆ์จีนนิกายมหายานมาประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น ลอยกระทง อัญเชิญสัมภเวสีอุลลัมพิธี (ทิ้งกระจาด)

คณะกรรมการภายใต้การนำของนาย สว่าง คุณจักร เห็นว่าสมาคมนี้ยังไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ จึงได้ขออนุญาตจดทะเบียนจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นที่ถูกต้องตามกฏหมาย โดยใช้ชื่อในการจดทะเบียนครั้งนี้ว่า พุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน (เม่งเอ็งเซี่ยงตั๊ว) มีสัญลักษณ์เป็นรูปธรรมจักรตรงกลางเป็นรูปพระชินราช และในปีนี้เองได้สร้างหอพระปริยัติธรรมด้านขวาของเทวสถานเป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ (ในปัจจุบันใช้เป็นที่พักของเพื่อนร่วมถือศีลกินเจในเทศกาลกินเจ) และทางราชการขอใช้ในบางโอกาส เช่น อบรม ทสปช.นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาสัตว์แพทย์และสัมนาขององค์กรต่างๆ

ศาลาพักศพสุสานหนองผักบุ้งขัน

ในปี พ.ศ. 2517 ได้สร้างทางเข้าสุสานเชื่อมต่อกับเส้นทางหลวง 331 (ฉะเชิงเทรา - สัตหีบ) พร้อมสร้างซุ้มประตูทางเข้า และศาลาพักศพ

ในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการมีความเห็นร่วมกันว่ามีพื้นที่ว่างข้างเทวสถาน (บริเวณเทวสถานครั้งแรกที่รื้อถอนไป)น่าจะเกิดประโยชน์ต่อชุมชน จึงพร้อมใจกันสร้างอาคารอเนกประสงค์ขึ้น โดยตั้งชื่อว่า " ศาลาสว่างประชานุสรณ์ " เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายสว่าง คุณจักร ที่ท่านเป็นผู้นำความเจริญมาสู่ท้องถิ่น เช่น บริจาคที่ดินพร้อมสร้างเทวสถาน วัดทุ่งเหียง โรงเรียนชุมชนบ้านตลาดทุ่งเหียง สถานีอนามัยตำบลหมอนนาง โรงเรียนทุ่งเหียงพิทยาคม จนเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปในชุมชน บ้านใกล้เรือนเคียง ชาวบ้านทุ่งเหียงยกย่องให้ท่านเป็นปูชนียบุคคลที่น่าจะเอาเป็นแบบอย่าง

ในปี พ.ศ.2520 ได้จัดงานเก็บศพไร้ญาติขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ทิ้งระยะเวลาจากงานเก็บศพไร้ญาติครั้งที่ 3 ถึง 12 ปี ท่านโป๊ยเซียนโจวซือจึงมีบัญชาให้ประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติ งานนี้ได้จัดยิ่งใหญ่ขึ้นมีการฝึกเอ็งกอ ล่อโก้ว โดยการนำของเพื่อน ๆ ที่พนัสนิคม มีคุณเมี่ยง แซ่เตียง คุณเซี๊ยเกียง แซ่เตียง คุณเอี๋ยว แซ่เซียว คุณเอี้ยง เลาหวงษ์ คุณเจี่ย แซ่โค้ว คุณเง็กเฮียง แซ่อุ๊ย คุณเซ้ง แซ่จึง คุณอรุณ ทองแดง อาจารย์ชัยศักดิ์ ประพันธ์ สมัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งเหียงพิทยาคม ได้นำนักเรียน ซึ่งเป็นบุตรหลานของคณะกรรมการมารับการฝึกมีทั้งกองหน้าและกองหลังครบชุด การฝึกเอ็งกอ เป็นการฝึกเด็กให้มีการเสียสละ ความสามัคคี รักหมู่คณะ เมื่อเสร็จงานนี้แล้ว ยังช่วยเหลือสมาคมสว่างบุญธรรมสถาน ตำบลหนองเขิน อำเภอบ้านบึง (เม่งเสียงเซียงตั๊ว) ในงานเก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 2 ได้รับเชิญไปในงานฉลองเทวสถานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ (เม่งมั่วเซี่ยงตั๊ว) พัทยา และแห่กฐินพระราชทานวัดทุ่งสาธิต กรุงเทพมหานคร

ปี พ.ศ. 2529 ได้สร้างโรงเจถาวรขึ้น เนื่องจากงานเทศกาลกินเจ ได้รับความเลื่อมใสจากชาวบ้านตลาดทุ่งเหียงและเพื่อนบ้านใกล้เคียง ได้มาปฏิบัติธรรมกันมากขึ้น ทำให้หอพระพุทธชินราชที่มีอยู่เดิม เกิดความแออัดคับแคบคณะกรรมการจึงใช้พื้นที่ด้านหลังที่มีอยู่ปลูกเชื่อมกับหอพระพุทธชินราชและให้ชื่อว่า " เม่งเอ็งเจตึ๊ง " พร้อมกับสร้างพระรูปนักษัตริย์ทางจีน เรียกว่า " กิ๊วอ้วงฮุดโจว " ขึ้นประดิษฐานในโรงเจ

ซุ้มประตูสุสานแห่งที่ 2
ศาลาสว่างประชานุสรณ

ปี พ.ศ.2532 ประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติครั้งที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถานขึ้นใหม่ เนื่องจาก นายสว่าง คุณจักร มีอายุมากขึ้น สุขภาพไม่เอื้ออำนวยและท่านใม่ยอมรับตำแหน่งในที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ นายสุขุม คุณจักร เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของบิดา ต่อไป

ปี พ.ศ. 2538 ทางคณะกรรมการพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน ได้จัดตั้งหน่วยสงเคราะห์ภัยขึ้น การคมนาคมสะดวกขึ้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จำเป็นต้องมียานพาหนะสำหรับส่งผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลการขาดทุนทรัพย์ของพุทธสมาคม จึงได้ปรึกษากับพระเดชพระคุณ ท่านหลวงจีนสังฆรักษ์ (เย็นซิม) เจ้าอาวาสวัดเทพพุทธาราม (เซียนฮุดยี่) ชลบุรี ซึ่งนิมนต์ท่านมาประกอบพิธีในเทศกาลกินเจ เป็นประจำทุกปี จนมีความสนิทชิดชอบท่านให้ความเห็นพร้อมกับท่านพระครูสัจจาภิมณฑ์ เจ้าอาวาสวัดหนองไทร จัดการทอดผ้าป่าเพื่อซื้อยานพาหนะขึ้น ท่านหลวงจีนสังฆรักษ์ พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ ชลบุรี บริจาค 1 คัน ส่วนพระครูสัจจาภิมณฑ์ พร้อมศิษย์จากกรุงเทพฯ ทุ่งเหียง บ่อทอง เกาะโพธิ บริจาค 2 คัน การทอดผ้าป่าครั้งนี้ได้ยานพาหนะรวม 3 คัน พร้อมได้ตั้งศูนย์วิทยุกับรับอาสากู้ภัยขึ้น เขตปฏิบัตการ 3 อำเภอคือ 1. อำเภอพนัสนิคม 2. อำเภอบ่อทอง 3. กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ และต่อมาทางพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน ได้ซื้อรถน้ำ รถดับเพลิง เพิ่มเติมขึ้นสำหรับช่วยภัยหน้าแล้ง เช่น แจกน้ำแก้ชาวบ้าน โรงเรียน วัด สถานีอนามัย เขตรับผิดชอบ ทางอำเภอพนัสนิคมมอบหมายให้ได้แก่ ตำบลหมอนนาง หน่วยกู้ภัยยังเคยออกไปช่วยเหลือต่างจังหวัด เช่น ตึกถล่มที่โรงแรมรอยัลพลาซ่านครราชสีมา เหตุเกิดเพลิงไหม้ที่โรงแรมรอยัล การ์เด้นรีสอร์ท พัทยา อุทกภัยที่จังหวัดจันทบุรี และได้รับโล่เชิดชูเกียรติบัตร จากกระทรวงศึกษาธิการ และรับบัตรชมเชยจากองค์การต่าง ๆ

พิธีล้างป่าช้าครั้งที่ 4
คณะหล่อโกวร่วมในงานล้างป่าช้าครั้งที่ 5

ปี พ.ศ. 2540 ได้สร้างเทวสถานหลังใหม่ขึ้น เนื่องจากของเดิมชำรุดทรุดโทรมมาก จึงคิดซ่อมแซมใหม่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ (นายช่างวิโรจน์ เอื้อรักษ์โอฬาร) ครวจสอบแล้วปรากฎว่า คานรับน้ำหนักด้านซ้านและด้านขวาของตัวอาคารชำรุดแตกร้าวถึงซ่อมไปก็ไม่ดีกว่าที่แล้วคณะกรรมการได้มีการประชุมกันมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สร้างใหม่โดยรื้อถอนตัวอาคารเก่า พร้อมกับสร้างขึ้นใหม่ ในที่เดิม โดยขอทุนก่อสร้างจากกรรมการทุกท่าน ในการออกไปหาทุนทรัพย์ก่อสร้างมีกรรมการ 5-6 ท่าน ได้เสียสละเวลาออกไปบอกบุญยังบรรดาศิษยานุศิษย์ท่านโป้ยเซียนโจวซือ คือ คุณเป๊กเซ็ง แซ่เตียว คุณเป๋งเอี๊ยะ แซ่ล้อ คุณเจริญ จิวิริยะวัฒน์ คุณบุ้นเหลียง แซ่ล้อ คุณชั้น แซ่อิ๊ว ศิษย์ท่านโป๊ยเซียนโจวซือ ที่ย้ายภูมิลำเนาไปทำการค้าขายยังต่างจังหวัดหลายท่าน ที่หกรุงเทพมหานครมี คุณกี้ใช้ แซ่เตียว แนะนำเพื่อนฝูงมาบริจาคสมทบ ที่ปราณบุรี มีคุณเป๋งอุ้ย แซ่ล้อ (ไวพจน์ ล้อตะกานนท์) และคุณกิมฮุ้น แซ่เตียว สระบุรี มีคุณไคลุ้ย แซ่ตั้ง ป่าโมกข์ อ่างทอง มีคุณจารุณี แซ่เล้า(อังอ๋า แซ่เล้า) อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีคุณจ้อน แซ่เล้า คุณหมากรุก แซ่โต๋ว คุณฮุดทา แซ่ปั๊ง คุณกิตติ (เสี่ยตี๋) แซ่ปัง นครราชสีมา มีคุณฉัตรชัย รุ่งเจริญพัฒนกิจ(เจ็กซิง แซ่โค้ว) ในการก่อสร้างครั้งนี้ท่านโป้ยเซียนโจวซือ ดูวันวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2540 โดยพระเดชพระคุณ หลวงจีนธรรมนันท์จีนประพันธ์ พระครูสัจจาภิมณฑ์ พร้อมคณะกรรมการศิษยานุศิษย์ทุกท่าน

พระครูสัจจาภิมณฑ์
หลวงจีนธรรมนันท์จีนประพันธ์

การก่อสร้างเทวสถานหลังนี้ เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจยุค ไอ เอ็ม เอฟ ท่านพระเดชพระคุณ หลวงจีนธรรมนันท์จีนประพันธ์เป็นที่ปรึกษากิติมศักดิ์ของพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน ท่านได้เมตตาอนุเคราะห์ในด้านทุนทรัพย์ ชี้แนะให้ความคิดเห็น การดำเนินงานต่าง ๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดี คณะกรรมการจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงทางคณะกรรมการยังได้จัดสร้างรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านฮั่นท้อเซียนซือ (ปรมาจารย์แพทย์จีนโบราณ) พร้อมด้วยรูปท่านโป้ยเซียนโจวซือ (วิสุทธิเทพทั้ง 8 องค์) ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น ประมาณ 20 ล้านบาท เป็นศิลปะแบบจีนที่สวยงามหลังหนึ่ง ดังที่ประจักษ์ต่อสายตาอันโดดเด่นในขณะที่การก่อสร้างเทวสถานยังไม่แล้วเสร็จ นายชาญณรงค์ กิจเจริญทรัพย์ดี นายฮะเซ็ง เนื่องจำนงค์ นางเซี่ยมอิม แซ่ตั้ง ถึงแก่กรรม ยังความอาวรณ์แก่คณะกรรมการทุกท่าน ท่านทั้ง 3 นี้ ได้ช่วยเหลือกิจกรรรมของสมาคมมาโดยตลอด ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงจุติสุขาวด

ซุ้มประตูเข้าพุทธสมาคมสว่างเหตุปัจจุบัน
เทวสถานวิหารแปดเซียนหลังใหม่

ท้ายนี้ขอน้อมกราบดวงวิญญาณท่านผู้บุกเบิกและริเริ่มในพิธีเก็บศพไร้ญาติก็ดี ก่อสร้างเทวสถานตลอดจนถึงการก่อสร้างสิ่งถาวรวัตถุที่ล่วงลับไปแล้วได้โปรดรับรู้ด้วยว่าบุตรหลานของท่านได้สือทอดเจตนารมณ์ของท่าน ขออุทิศส่วนกุศลในการดำเนินการก่อสร้างเทวสถาน พร้อมทั้งจัดงานเฉลิมฉลอง ขอบารมีแห่งพุทธองค์ในจักรวาล พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านโป็ยเซียนโจวซือ จงรับดวงวิญญทณท่านทั้งหลายจุติในสุขคติภาพ

ขออาราธนาพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ อันมีพระพุทธสิหิงค์ พระพนัสบดี พระพุทธชินราชโรจนสัมพรรณี ท่านพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านวิสุทธิเทพทั้ง 8 จงดลบันดาลประทานพร วรรณะ สุขะ พละ คิดสิ่งใดที่ถูกที่ควรจงสัมฤทธิ์ จงสัมฤทธ์ผลทุกประการ

(ขอขอบพระคุณท่านผู้เขียนและเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน (เม่งเอ็งเซี่ยงตั๊ว) บ้านทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ร.ต.ต. นิวัฒน์ เชี่ยวชาญ อุปนายกพุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถานบ้านทุ่งเหียง จาก อนุสรณ์เปิดเทวสถานวิหารแปดเซียน (อี่เหยี่ยงไท้) วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 เพื่อเป็นอนุสรณ์ต่ออนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป )

BACK>>>  

  คณะผู้จัดทำเว็บไซต์  
สว่างเหตุ 105  ข้อมูล , สว่างเหตุ  416  เรียบเรียงและจัดทำ
สว่างเหตุ 150 รวบรวมรูปภาพ
ติดต่อผู้จัดทำ พุทธสมาคมสว่างเหตุธรรมสถาน บ้านทุ่งเหียง
โทรศัพท์ 038-466100,038-466140

SAWANGHET@GMAIL.COM